ตำนานไอ้หนุ่มซูชิ ชั้นปลายแถว
วันนี้ ไม่รุ้คิดอย่างไร อยากอัพ บล๊อกขึ้นมา ก็นึกไปนึกมา พลางเปิดรูปเก่าๆ ที่ เคยถ่ายไว้ ในสมัย3-4 ปีก่อน ทั้งฝีมือเราบ้าง พี่ๆของเราบ้าง
ก็ไปเจอ รูปเกี่ยวกับอาหาร ทำเอากลืนน้ำลายไปหลายอึกเลยทีเดียว เปิดไล่ มาเรื่อยก็นึกชมพี่ชาย ที่ถ่ายได้สวยและน่ากินมากๆ
และต้องมาสะดุดเอา ที่รูปในโฟรเดอร์เก่าเก็บ ถ้าจะให้เปลียบ ก็เหมือนหีบโบราณ ที่มีฝุ่นเกาะเขรอะคลุ้งไปหมด ผมเปิดรูปชุดนี้ทีไร
ก็ทำให้นึกหวนถึงอดีตทุกครั้งไปซิน่า ไม่รุ้ทำไม เรื่องนี้ของผม ถึงทำให้ผมมีเรื่องเล่า ให้ใครต่อใครฟังมากมาย ไม่รุ้จักจบสิ้น
มันเหมือนมีแค่อย่างเดียวที่อยากอวด อะไรประมาณนั้นเลย พอร่ายจบก็อยากจะโชว์มันซะเลย ก็มีหลายคนถามถึง และอยากจะให้ทำให้กินบ้างละ
แต่ ด้วยงบประมาณด้านเงินทุนและเวลา ที่จำกัด ผม จึงทำได้แค่ปฏิเสธ นี่ ก็ปฏิสเสธ จนจะครบ 4 ปีแล้วด้วย รายละเอียดด้านฝีมืออะไรก็คงจะลดลงไปตามกาลเวลา
แต่ใช่ว่าจะลืมไปเลยทีเดียว ซะเมื่อไร ก็เหมือน คนที่ขี่จักรยานเป็น จะร้างลาไปกี่ เดือนปี ให้จับอีกที่ก็น่าจะยังขี่ได้อยู่นะ ผมเชื่ออย่างนั้น
วันนี้ผมเอาสูตรขึ้นมาทบทวน มานั่งดูรูปพร้อมทั้งนึกถึงวิธีทำ ก็ยังจำได้ถึงขั้นตอนการทำ ก็จะให้ลืมกันได้ง่ายๆได้ไง ผมถูกเคี่ยวเข็ญ มาเกือบ ปีครึ่งกับการฝึกและทำมัน
ในครั้งนั้นผมไม่ได้มีหน้าที่ยืนหน้าเสร่อเพียงอย่างเดียวนะ ฮ่าๆ ว่าไปนั่น ถึงแม้ในวงการตอนนั้นผมจะเป็นแค่เด็กน้อยหัดเดิน แต่ผม ก็ทำให้ลูกค้าหลายคนปลื้มได้ละน่า
ฮาๆ พอๆ หยุดยกหางตัวเองแล้วก็ เอารุปมาลง ให้หายคิดถึงกันดีกว่า มาทบทวนเมนูไปพร้อมๆกันกับผม เลยละกัน……
มาเริ่มกันที่รูปแรก รูปนี้ เป็นซูชิ (ข้าวปั้น) ที่อยู่ในตระกูล Makimono(คือเป็นประเภทที่ ห่อด้วยสาหร่ายกับข้าว ม้วนกลมๆแล้วตัด สี่ หก หรือ สอง คำ ) ชื่อว่า Kani Tama ซึ่งมาจากคำว่า Kanikama(ปูอัด) กับ Tamago(ไข่หวาน) แน่นอน ส่วนประกอบหลักของมันคือ ไข่หวานกับปูอัด มี Kappa (แตงกวาญี่ปุ่น) อยุ๋ด้วย เพื่อแก้เลี่ยน เพราะปูอัดกับไข่หวานจะออกรสหวานนำ ซูชิที่มีส่วนประกอบหลักเป็นสองอย่างนี้ รสชาติจะถูกปากเด็กๆเป็นพิเศษ…

รูปต่อมา ก็เป็นซูชิที่อยุ่ในตระกูล Makimono เช่นเดียวกัน ชื่อของมันคือ Futo เป็นซูชิคำใหญ่มักเสิร์ฟที่ละสองชิ้น เป็นซูชิที่ รวมๆเอาหลายๆอย่างมาปนกัน เน้นพวกผัก จะใส่พักอะไรก็แล้วแต่สูตรของแต่ละที ในที่นี้ ใช้ พักสามอย่าง คือ kappa(แตงกว่าญี่ปุ่น) kampyo(ฟักดอง)และอีกอันจำชื่อภาษาอังกฤษไม่ได้ ภาษาไทยคือ มะเขือม่วงดอง…..^^

รูปต่อมายังอยุ่ในหมวด Makomono ชื่อของมันคือ Unagi Kappa เป็นใส้ของ Unagi (ปลาไหลญี่ปุ่นปรุงรส) กับ kappa(แตงกวาญี่ปุ่น) รสญาติของ ปลาไหลญี่ปุ่นปลุงรส จะออกหวานนำหอมอร่อยมาก เป็นเมนูในดวงใจส่วนตัวของผมเลยก็ว่าได้ (ส่วนตัว ผมชอบซูชิที่มีส่วนประกอบของ Unagi มาก) มาว่า ส่วนประกอบอื่นของ เมนูนี้กันอีกสองอย่างนั่นคือ Nori(สาหร่ายผง) กับ งา จะเห็นได้ว่า เมนูนี้จะ ดูแปลกกว่าสองเมนูแรกทั้งที่อยุ๋ในตระกูล maki เหมือนกัน เป็นเพราะสองเมนูแรกเป็นการ ห่อ แบบเเอาสาหร่ายหุ้มข้าว ส่วนเมนูนี้ จะทำสลับกันคือเอาข้าวหุ้มสาหร่ายอีกที

เมนูต่อไป ก็ยังเป็น ซูชิในตระกูล Makimono อีกนั่นแหละ ฮ่าๆ แต่ อันนี้ ค่อนข้าง คุ้นหู มันคือ California
ส่วนประกอบของมันมี kappa(แตงกวาญี่ปุ่น) kanikama(ปูอัด) Avocado(อะโวคาโด้) Tamago(ไข่หวาน) และคุกด้วย Ebiko(ไข่กุ้ง) ห่อแบบเอาข้าวหุ้มสาหร่าย

เมนูต่อไป ยังคงเป็น Makimono แต่เป็นเมนูที่ผมชอบมากอีกเมนูหนึ่ง เพราะมันมีส่วนประกอบของ Unagi ฮ่าๆ คอนเซ็ปมันคือ หวาน หอม อร่อย ยิ่งไปอุ่นให้ Unagi ให้ร้อนๆนะ เวลากินกลิ่นหอมจะออกมาจนรู้สึกได้เชียวละ อ้าๆ ยังไม่ได้ บอกชื่อเมนูนี้เลย เมนูนี้ ก็คือ Una Tama Ebiko นอกจากจะมี ปลาไหลปรุงรสแล้วยังมีไข่หวานแตงกวา และไข่กุ้งเป็นส่วนประกอบ แล้วทำการห่อแบบข้าวหุ้มสาหร่าย คุกด้วยไข่กุ้ง

มาสู่ซูชิ ที่เป็น แบบ Nigiri กันบ้าง ลักษณะเด่นของมันก็คือ การเอาวัตถุดิบวางโป๊ะ ไว้บนข้าวปั้น จะลัดด้วยสาหร่ายหรือไม่ก็แล้วแต่เมนู เมนูแรกของซูชิตระกูล นี้ ก็คือ Tako วัตถุดิบก็คือ Tako(หนวดปลาหมึกยักษ์ ) ซึ่งสไลด์บางๆ วางโป๊ะบนข้าว ไอ้ครั้งแรกที่ผมรู้จักมัน ก็หลงเข้าใจผิดมันอยุ๋ นานเหมือนกันว่า มัน คงดิบ แต่ พอได้ชิมแล้วก็รุ้ว่ามัน ไม่ดิบ แต่ไม่ก็ไม่สุก ถ้าอย่างบ้านเราก็ประมาณ กรรมวิธีการลวกนั่นเอง

เมนูต่อไปในตระกูล Nigiri คือ Kanikama และแน่นอนมันคือปูอัดที่โปะอยุ๋บนข้าวปั้น และลัดแน่นไว้ด้วยสาหร่าย ความหวานมันส์ของเนื้อปูอัดจะกลมกล่อมเสมอเมื่ออยุ่บนข้าวปั้นรสชาติหวานปนเปรี้ยวนิดๆ

เมนูต่อไป อะแน่นอน เมื่อมีปูอัด ก็ต้องมีไข่หวาน Tamago รสชาติหวานกลมกล่อมของไข่หวาน ที่มีส่วนผสมของน้ำส้มมิลิน และ Hondashi รวมทั้งกลิ่นหอมที่เกิดจากกรรมวิธีการย่าง ลงตัวถูกใจเด็กๆเมื่อได้กินไปพร้อมกับข้าวปั้นรสชาติอย่างที่บอก

เมนูต่อไป Ebi กุ้งต้มโปะข้าวปั้น ความมันส์อร่อยของกุ้งต้ม กับความหวานออกเปรี้ยวนิดๆของข้าวปั้น ชั่งลงตัวและเคี้ยวมันส์ แถมเพลินจนไม่รุ้ว่ากินไปกี่ตัวแล้ว ฮ่าๆ

เมนูในตระกูล Nigiri ตัวต่อไปคือ Idago(ลูกปลาหมึดยักษ์) ที่ผ่านกรรมวิธีการยำเรียบร้อยแล้ว เลือกออกมาเป็นตัวๆมาวางโปะบนข้าวปั้น ลัดด้วยสาหร่ายให้แน่น จะออกรสชาติหวานมันส์ เผ็ด เคี้ยวมันส์เวลาขบ ดังกรุบๆ นึกถึงรสชาติแล้วน้ำลายสอกันเลยทีเดียว

อ้า ต่อเลยๆ ตระกูล Nigiri เหมือนกัน เมนูนี้ชื่อว่า Shime Saba(ซาบะดอง) วางบนข้าวปั้นกินกับกระเทียมบดและผักชีต้นกอมสไลด์ จิบกินกับสาเก ให้รสชาติเปลี้ยวนำแต่ไม่มากจะออกแนวเค็มๆอร่อย บวกรสเผ็ดของกับกระเทียมและกลิ่นหอมของต้นหอมผักชี ถูกใจคอเหล้า.. เอ๊ะ คอไม่เหล้าก็นิยมเหมือนกันนะเมนูนี้

เมนูที่ขึ้นชื่อ ถ้าซูชิขาดเมนูนี้โดนลูกค้าโวย แน่ นั่นก็คือ Nigiri ที่ชื่อว่า Salmon(แซลม่อน) อันนี้ไม่ต้องพูดถึงรสชาติเป็นสากลมากๆ อร่อย สดแล้วใหความรู้สึกหอมและนุ่มล้นตามสไตล์ Sashimi และ ได้รสชาติของข้าวปั้น เข้าช่วย จะเสริมรสชาติ ด้วยซอสโชยุและวาซาบิอีกก็ได้จะให้รสชาติ แบบ ปี้ดๆ …..ฮ่าๆๆ ว่าไปนั่น

Nigiri เมนูสุดท้ายที่จะเสนอในครั้งนี้ เป็น เมนูหากินยากพอสมควร และค่อนข้างจะแพง โดยเฉพาะเมนูสด แต่ เมนูนี้ ไม่สด นะครับ เป็นเมนู Hotate(หอยเชลต้ม) โปะหน้าข้าวปั้น เฉพาะรสชาติของหอยก็ทำเอาไม่อยากจะกลืนเลย อยากเคี้ยวไว้นานๆ รสชาติออกมันส์ เคี้ยวไปพักนึงจะออกหวานอร่อย ถ้าร้อนๆจะรุ้สึกหอมด้วย กินกับข้าวปั้นที่รสชาติหวานเปลี้ยวนิดๆจิ้มโชยุและวาซาบิละสุดยอดดดดด…..

ซูชิประเภทสุดท้ายที่จะเสนอในวันนี้ เป็น ซูชิตระกูล Gunkun (ซูชิที่มีลักษณะเป็นกระทง ญี่ปุ่น เรียกว่าเรือ คือเอาสาหร่ายห่อข้าวปั้นเอาไว้ให้เป็นแบกระทงเรือเดี๋ยวเห็นภาพจะรุ้ แหะๆ) เมนูแรกคือ Ebiko(ไข่กุ้ง) เมนูนี้เป็นเมนูสึดฮิตของคนไทยที่กระแดะกินอาหารญี่ปุ่น ฮ่าๆ รวมถึงผมด้วย….. เพราะความกรุบๆและสีสัน มันชั่งยั่วยวนใจในการเคี้ยวเหลือเกินบวกกัยรสชาติของสาหร่ายและข้าวปั้น อืมๆ ลงตัวอย่าบอกใคร เอ๊ะ นี่กำลังบอกอยุ๋นี่นา ซะงั้น.^^

เมนู ในตระกูล นี้อีกอันคือ อาหารพวกสลัดหรือยำ เช่น สลัดปูอัด สลัดทูน่า สลัดหอยเชล ยำลูกปลาหมึก แต่ผมเอา รูป ยำลูกปลาหมึกให้ดู ก่อนรูปเดียว ชื่อของ เมนู ยำลูกปลาหมึกนี้ก็คือ Idako Gunkun……..

จริงๆแล้ว ซูชิยังมีอีกแบบ2-3แบบผมก็ไม่แน่ใจนัก ที่เข้าใจก็น่าจะเหลือหลักๆอีกแบบหรือสองแบบ ในจำนวนนั้น อันหนึ่งคือ Onigiri ข้าวปั้นที่มีใส้อยู่ข้างในข้าวประมาณว่า เอาข้าวมาปั้นเป็นลูกกลมๆยัดใส้ไว้ข้างใน หรือพอปั้นเสร็จแล้วจะเอาไปย่างหรือไม่ก็ได้ และ ซูชิที่ผมพอรุ้อีกแบบนึงก็คือซูชิในตระกูล Temaki(สาหร่ายแผ่นใหญ่ห่อข้าวเป็นกรวยๆรูปสามเหลี่ยม)
แต่วันนี้ พอแค่นี้ก่อน
และต้องขอขอบคุณ พี่หนุ่ม พี่กี้ พี่โบที่ช่วยจัดเตรียมสถานที่ วัตถุดิบ อุปกรณ์และอำนวยความสะดวกทุกอย่าง และพี่พีระช่างภาพในวันนั้น ไม่น่าเชื่อ ซูชิชุดนี้ ที่ผมทำ หน้าตาออกเป็นแบบนี้ ห่างหายไป4 ปีแล้ว ถ้าลงมือทำตอนนี้หน้าตาซูชิจะเป็นแบบเดิมมั้ยละเนี่ย ฮ่าๆ ไม่อยากนึกสภาพ …………..^^

การ์ตูน
ช่วง นี้ไม่รู้เป็นไร รักการอ่านเป็นพิเศษ ตั้งแต่ เพื่อน เอาวันพีช* ยัดมาให้อ่าน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ รู้สึกได้ว่า ติดการอ่านการ์ตูน อย่างงอมแงม เลย อยากเขียนชื่นชม การ์ตูนเรื่องนี้เป้นพิเศษ ก็กลัวจะมีคนว่า ไม่ทันสมัย ก็แน่ซิ วันพีช มันเป้นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมอย่างมากมากว่า 10ปีแล้วนิ ไอ้เราก็เพิ่งจะมา บ้าบอเอาตอนนี้ แต่ ก้ยังดีที่ได้อ่าน ถ้าไม่ได้อ่าน ผมคงเสียใจมาก พอมานั่งนึกดูนะ ชีวิตคนเรามีเรื่องดีๆสิ่งดีๆ สิ่งโดนๆสำหรับ ตัวเราเยอะแยะ ไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างก็ไม่รู้ ได้แต่ภาวนา ว่าจะไม่พลาดสิ่งสำคัญๆในชีวิตไปอีก ก็เป็นพอ
วันนี้คงอัพเท่านี้ แหละ กระปิดกระปอยหน่อย แต่ค่อยๆ ละกัน ช่วงนี้ยุ่งเหมือนยุงตีกันเลยละ
อินทรีย์ ตอนที่ 2
พระอาทิตย์ทะยานจากขอบฟ้าสู่เวิ้งฟ้าเพียงริมๆ ก็รู้สึกได้ถึงควมกรุ่มกริมจากแสงแดดยามเช้าตรู่
เสียงชินหูรอดผ่านช่องประตูปลุกเจ้าเด็กน้อยนาม อินทรีย์ให้ตื่นจากนิทราทุกวัน
แต่วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของ วิถี นักสู้ เจ้าเด็กตัวน้อยวัย 7 ขวบเด่งตัวลุกขึ้นจากที่นอน จัดการธุระอันพึงทำกับตัวเองเสร็จสรรพ
ณ ลาน หน้าบ้าน เจ้าระดมญาติผู้พี่เดินออกมายืนรออินทรีย์อยู่หน้าบ้าน
“สวัสดีพี่ระดม พี่พร้อมมั้ย ? ” ญาติผู้น้องตัวน้อยที่เพิ่งเดินพ้นจากประตูเรือนพูดพลางเดินลงจากบันได
“เออ ก็รอเอ็งนี่แหละ” ระดมตอบ
“ว่าแต่ พี่เห็นพ่อข้าพาพวกพี่ๆนักมวยออกไปกันรึยัง”
“ออกไปแล้วละ รู้สึก คงจะไปถึงที่วัดกันแล้วนะ ”
“งั้นเรารีบไปกัน” สิ้นคำอินทรีย์ ทั้งสองก็มุ่งตรงไปที่วัดประจำหมู่บ้าน นัดรวมพลครั้งสำคัญ เพื่อกิจกรรมของวิถีแห่งนักสู้
ณ.ลานวัดไทรแดง
บริเวณกว้างขวาง กิจกรรมประจำหมุ่บ้าน ที่มีคนสำคัญประจำหมู่บ้าน มาเป็นสักขีพยาน
“ไอ้พล ค่ายนายอิ่ม แห่งไทรแดงเหนือ ได้สู้กับ ไอ้ภูชิต ค่ายนายเดช แห่งไทรแดงตะวันออก “
เสียงมีพลังของผู้ประกาศดังก้องไปทั่วบริเวณ เหล่าคนที่มาชุมนุมล้วนส่งเสียงเฮ ตามไปด้วย
“ไอ้นิด ค่ายนายจันทร์ แห่งไทรแดงใต้ สู้กับ ไอ้ยักษ์ ค่ายกำนันคม แห่งไทรแดงกลาง”
การจับคู่มวย ดำเนิน ไปจนจบ อินทรีย์กับระดมมาไม่ทัน ได้ยิน ขั้นตอนการจับฉลาก
(เป็นการเปรียบมวยที่ไม่คำนึงถึงรูปร่าง หรือน้ำหนัก นั่นคือ น้ำหนักต่างกัน ก็สามารถสุ้กันได้ถ้าจับฉลากโดน)
แต่ เค้าทั้งสองก็ถามความเอาจากนายจันทร์ เรื่อง คู่ของแต่ละคนที่นายจันทร์ส่งวัดฝีมือในครั้งนี้
อินทรีย์กับระดม ติดตาม นายจันทร์ ไปดูการจับคู่มวยและการต่อสู้บนเวที อยู่เสมอ วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่ง
เพราะ อีกไม่กี่ชั่วโมง จะได้เห็น การสู้ของนักมวยแต่ละคนเป็นการวัดระดับฝีมือของครูผู้สอนว่าใครจะแน่กว่ากัน…..

