รบกวนช่วย โหวตโลโก้ หน่อยนะครับ

ขอโดนโดน อันเดียว …

Filed under : daily
By admin
On July 16, 2007
At 11:28 pm
Comments : 21
 
 

อินทรีย์ ตอนที่ 2

พระอาทิตย์ทะยานจากขอบฟ้าสู่เวิ้งฟ้าเพียงริมๆ ก็รู้สึกได้ถึงควมกรุ่มกริมจากแสงแดดยามเช้าตรู่
เสียงชินหูรอดผ่านช่องประตูปลุกเจ้าเด็กน้อยนาม อินทรีย์ให้ตื่นจากนิทราทุกวัน
แต่วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของ วิถี นักสู้  เจ้าเด็กตัวน้อยวัย 7 ขวบเด่งตัวลุกขึ้นจากที่นอน จัดการธุระอันพึงทำกับตัวเองเสร็จสรรพ

ณ ลาน หน้าบ้าน เจ้าระดมญาติผู้พี่เดินออกมายืนรออินทรีย์อยู่หน้าบ้าน
“สวัสดีพี่ระดม  พี่พร้อมมั้ย ? ” ญาติผู้น้องตัวน้อยที่เพิ่งเดินพ้นจากประตูเรือนพูดพลางเดินลงจากบันได
“เออ ก็รอเอ็งนี่แหละ” ระดมตอบ
“ว่าแต่ พี่เห็นพ่อข้าพาพวกพี่ๆนักมวยออกไปกันรึยัง”
“ออกไปแล้วละ รู้สึก คงจะไปถึงที่วัดกันแล้วนะ ”
“งั้นเรารีบไปกัน” สิ้นคำอินทรีย์ ทั้งสองก็มุ่งตรงไปที่วัดประจำหมู่บ้าน นัดรวมพลครั้งสำคัญ เพื่อกิจกรรมของวิถีแห่งนักสู้

ณ.ลานวัดไทรแดง
  บริเวณกว้างขวาง กิจกรรมประจำหมุ่บ้าน ที่มีคนสำคัญประจำหมู่บ้าน มาเป็นสักขีพยาน
“ไอ้พล ค่ายนายอิ่ม แห่งไทรแดงเหนือ  ได้สู้กับ ไอ้ภูชิต ค่ายนายเดช แห่งไทรแดงตะวันออก  “ 
เสียงมีพลังของผู้ประกาศดังก้องไปทั่วบริเวณ เหล่าคนที่มาชุมนุมล้วนส่งเสียงเฮ ตามไปด้วย
“ไอ้นิด ค่ายนายจันทร์ แห่งไทรแดงใต้ สู้กับ ไอ้ยักษ์ ค่ายกำนันคม แห่งไทรแดงกลาง”
การจับคู่มวย ดำเนิน ไปจนจบ  อินทรีย์กับระดมมาไม่ทัน ได้ยิน ขั้นตอนการจับฉลาก
(เป็นการเปรียบมวยที่ไม่คำนึงถึงรูปร่าง หรือน้ำหนัก  นั่นคือ น้ำหนักต่างกัน ก็สามารถสุ้กันได้ถ้าจับฉลากโดน)

แต่ เค้าทั้งสองก็ถามความเอาจากนายจันทร์ เรื่อง คู่ของแต่ละคนที่นายจันทร์ส่งวัดฝีมือในครั้งนี้

อินทรีย์กับระดม ติดตาม นายจันทร์ ไปดูการจับคู่มวยและการต่อสู้บนเวที  อยู่เสมอ  วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่ง

เพราะ อีกไม่กี่ชั่วโมง จะได้เห็น การสู้ของนักมวยแต่ละคนเป็นการวัดระดับฝีมือของครูผู้สอนว่าใครจะแน่กว่ากัน…..

Filed under : Story
By admin
On July 12, 2007
At 3:56 am
Comments : 2
 
 

กางเกง

ปกติ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะซื้อเสื้อผ้าใส่ เอง ส่วนใหญ่ มีแต่ของบริจาคก็ว่าได้ ก็ตั้งแต่ มาจาก ต่างจังหวัด ก็เหมือนมี มาชุดเดียว ตั้งแต่นั้นเลยนะ แต่มันเริ่มพอกพูนด้วยเมตตาจากเพื่อนๆพี่ๆ ทั้งหลายแบ่งปันมาอยู่เรื่อยๆเชียว  กางเกงยีนตัวแรกอะเหรอ ?  ซื้อที่ตลาดนัด ตอนอยุ่ปี 2  99 บาท  ฮ่าๆ ทำเป็นเล่นไป  ใส่ได้จนถึงปี 3 เทอม 2 เลยนะเอ้า .. ซีดแล้วซีดอีก ขาดแล้วขาดอีก  แต่ก็นะ แฝงตัวไปกับพวกเด็กแนว ก็ดูเข้าทีดีนะ  มีอยุ่หลายครั้งเหมือนกัน ที่ เข้าไปเดินในบิกซีด้วยความตั้งใจที่จะซื้อเสื้อผ้า ราคาแพงๆ บ้างเพื่อให้รางวัลกับตัวเอง แต่พอเดินเลือก หยิบใส่ตะกร้าทั้งตัวละ 129  199  299  กำลังจะเดินไปจ่ายตังค์ เป้นต้องฉุกคิด เสียดายเงินตลอดทุกทีซิน่า ผลออกมาเลยต้องเดิน กลับเอาเสื้อผ้าไปวางที่เดิม แล้วก็เดินกลับออกมาตัวเปล่าๆซะอย่างงั้นทุกที….

แต่ในที่สุด การตัดสินใจครั้งล่าสุดของผมก็เป็นผล เมื่อเดินเข้าบิกซี แล้วดิ่งไปที่กางเกง ตัวนึง ที่เล็งไว้นานแล้ว หยิบลงมาจากชั้นดูราคา 399 บาท กัดฟัน ถือเดินไปจ่ายเงิน ก้มหน้าก้มตาเดินออกมาจากบิกซี แล้วค่อยโล่งอก กลับมาถึงบ้านก็ยังไม่กล้าแกะถุงดู เก็บไว้ก่อน จนผ่านไป 2-3 วัน เลยลองแกะดู แกะป้ายออกก่อน แล้วก็ ลองใส่ดู ด้วยจิตใจปิติเต็มที่ ชื่นชมกับรางวัลของชีวิตตัวแรกที่แลกด้วยเงินที่แพงที่สุดตั้งแต่ซื้อเสื้อผ้ามา  แต่ ต้องสลดแบบกระทันหัน เมื่อลองใส่ดูแล้วต้องตกใจด้วยคำอุทาน………”ตูซื้อกางเกงหรือผ้าถุงวะเนี่ย !!! “  มันชั่งเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆนะ ในเมื่อ กางเกงที่ซื้อมาด้วยเงินที่สูงที่สุดตั้งแต่เคยซื้อเสื้อผ้ามา ต้องมีสภาพเหมือน โสร่งก็ไม่ปาน เมื่อเอวกางเกงบาน ตั้ง 38  ในเมื่อผมใส่ เอวไม่ถึง 30   โฮ่ๆ จะโทษใครได้  เศร้ากันไป

ตอนนี้หาวิธีแก้อยุ่ กะจะ ไปเอาเอวเข้า ซะหน่อย เอาน่า  ตัวแรกย่อมมีอุปสรรค์  555+

Filed under : daily
By admin
On July 10, 2007
At 12:01 am
Comments : 2
 
 

วันนี้

วันนี้จะว่าไปแล้วก็ไม่มีประเด็นอะไรมาให้ พูดถึงเลย  เพราะ แทบไม่ได้ออกไปไหน 

ทั้งเรื่องการเมือง ศาสนา ก็วุ่นวาย กันพอควร หลังจากยุติประเด็นเรื่องศาสนาประจำชาติ ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย  แต่ก็ยังมีกล่าวถึงกันบ้างในวงสนทนาต่างๆ 

แต่ประเด็นที่กลายเป็น ประเด็นอมตะของสังคมบ้านเราตอนนี้ คงหนีไม่พ้น  จตุคาม  พูดถึงก็ยิ่งทำให้สลด  ในเมื่อ สังคมไทยจะสมัยใหนก็เป็นแบบนี้อยุ๋แล้ว  มันไม่ใช่เรื่องใหม่ อะไรมากมาย 

  มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอมาก นี่คือ สิ่งที่ตอกย้ำว่า มนุษย์อ่อนแอ จนต้องหาที่พึ่งทางใจ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่รุ้ว่า มันจะช่วยได้จริงหรือไม่  แต่ก็เอาเหอะเราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กนี่นา จะให้คิดเป็นอื่นก็ใช่ที…. 

 วันนี้ แม้ทีวีก็ไม่อยากเปิดดู ข่าวความวุ่นวายมันทำให้ รุ้สึกว่าเบื่อหน่ายมาก และก็รู้ อยู่ว่าทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นมา ก็ล้วน เกิดจาก  มนุษย์ทั้งนั้น 

Filed under : daily
By admin
On July 5, 2007
At 1:11 am
Comments : 0
 
 

ฤดูกาลหนังขายยา.

นานมาแล้ว…. ณ สังคมบ้านนอกห่างไกล ตัวเมือง   เมื่อผมยังเป็นเด็ก
คือช่วงเวลาที่ผมวิ่งเล่นได้โดยไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก เป็นช่วงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวความสุขแบบเด็กๆที่งานวัดขนาดย่อมๆได้จัดขึ้น ทุกครั้ง เมื่อฤดูกาลหนังขายยามาถึง   เด็กน้อยในหมู่บ้านต่างตั้งตารอคอย

“มาแล้ว !! มาแล้ว !! ยาถ่ายพยาธิ์ ตราลิงถือลูกชู้ สรรพคุณ แก้ร้อนในกระหายน้ำ….
….รถบริการฉายหนังของเราจะปักหลักนำความบันเทิงให้แก้พี่น้องชาวบ้าน…ที่ลานวัด….
 ด้วยภาพยนต์สุดมันส์ ผลงานการกำกับและแสดงเองของ พระเอกนักบู้ภูธร พันนา ฤทธิไกร  ”
 
เสียงจากโทรโข่ง ดังมาจากหลังคารถตู้สีขาวเก่าๆคันนึง ที่ขับกระจายเสียงไปรอบหมู่บ้าน และมาสิ้นสุดที่ลานวัดประจำหมุ่บ้าน เด็กในหมู่บ้าน ได้ยินเสียงก็รู้ได้ทันทีว่าที่คือความบันเทิงหมู่ที่พวกเขารอคอย  เด็กในหมู่บ้านจะไปรวมตัวกัน เพื่อจะวิ่งเล่นกัน ในขณะที่ทีมงานฉายหนังได้ตระเตียมตั้งจอขอไฟ  ทั้งป้าที่ขายลูกชิ้นลุงที่ขายของเล่นเด็ก ฯลฯ ต่างมาตั้งร้านแบบง่ายๆ บริเวณรอบๆจอหนังเมื่อถึงเวลาฉายหนัง พวกผมซึ่งเป็นเด็ก ก็ มาเฝ้ารอดู มันเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่สุดจะประทับใจด้วยอรรถรสของหนังและกลิ่นไอของน้ำค้างยามค่ำคืนแบบบรรยากาศบ้านน้อกบ้านนอก 

เวลาผ่านเลยไป ทุกปีจะมีรถฉายหนังขายยาผ่านมาไม่เกินสองคัน จนผมเริ่มโตขั้น จึงเรียกมันว่าเป็นฤดูกาลของหนังฉายยาแต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ความเจริญเริ่มเข้าใกล้เด็กบ้านนอก แปรเปลี่ยนไปนิยมวัตถุกันมากขึ้น  วีดีโอ ซีดี ก็เริ่มย้ำเข้ามาในหมู่บ้าน คนเร่ฉายหนัง ก็เริ่มลดน้อยลง จากปีละสองคันเหลือปีละคัน จนหลายปี จะมาซํกคัน จนเดี๋ยวนี้ไม่มีซํกคัน….

น่าเสียดายรสชาดความหอมหวานของวันวานที่แฝงไปด้วยเสน่ของความเป็นบ้านนอก ถูกวัฒนธรรมของคนในเมืองกลืนเข้ามา จากที่เคยรุ้จักกันทั้งหมุ่บ้านมาตอนนี้ คนแปลกหน้าเต็มหมุ่บ้าน แต่นี่ก็คงเป็นเรื่องปกติของสังคมที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป แต่การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ผมรุ้สึกมันโหดร้ายเกินไปหน่อยสำหรับอาชีพนักเร่ฉายหนังขายยา

หนังหลายเรื่อง มันโดนใจผม มันประจุดประกายความฝันของผม เป็นจุดเริ่มของความรู้สึกอยากเข้ากรุงเทพ อยากเห็นเมืองฟ้า อยากเข้ามาแสวงหาโอกาส ในการเป็น ผู้ผลิตหนังพวกนี้ สรุปคืออยากเป็นผู้กำกับ ในชั่วโมงนั้นคุณน้าพันนาเป็น ฮีโร่ เป็นต้นแบบของผมเลยก็ว่าได้ ผมคงไม่ต่างอะไรกับคุณจาพนม หรือเด็กบ้านนอกอีกหลายๆคนที่เมื่อได้ดูหนังของคุณน้าพันนาแล้วทำให้เขามีจุดหมาย หนังที่ผมดูแล้วประทับใจมาก จนต้องสัญญากับตัวเองว่าเมื่อโตขึ้นจะเข้ากรุงเทพ และทำตามฝันของตัวเองให้ได้ และเมื่อโตมา ความทรงจำเริ่มลางเลือน แต่ก็ยังคงจำความประทับใจเหล่านั้นได้ไม่เปลี่ยนแปลงและ ในหนังเรื่องนั้นเนื้อหา นักแสดง ยังคงติดตาผมมาโดยตลอดจนต้องตามหาซื้อมาเก็บให้ได้ ตามหามาหลายปีแต่ก็ไม่เจอ เป็นเพราะไม่รู้ชื่อเรื่อง แต่มีอยู่วันนึงผมจำไม่ได้ว่าที่ไหน ผมก็ไปเจอหนังเรื่องนี้ เป็นเพราะผมจำนักแสดงและท่าทางนักแสดงในหนังเรื่องนี้ได้ผมจึงแน่ใจว่า หนังที่ผมเจอเรื่องนี้คือเรื่องเดียวกันกับที่ผมตามหามาโดยตลอด

มันเป็นหนังในความทรงจำและจุดพลังให้ผม มาจนถึงทุกวันนี้  คงไม่น่าเชื่อว่าหนังเพียงเรื่องเดียวจะมีอิทธิพลต่อคนคนนึงได้ถึงขนาดนี้

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาผมก็แวะซื้อ มาเก็บอีกแผ่นนึง เป็นเพราะ แผ่นที่ผมซื้อเมื่อตอนนั้น ผมได้ให้พี่คนนึงยืมไปแล้ว 

มาดูกันว่าเเป็นเรื่องอะไร

Filed under : daily
By admin
On July 4, 2007
At 1:10 am
Comments : 3